9.01 น. Ice breaking  หนึ่งในกลยุทธ์การสัมภาษณ์งานที่อ่านเจอมา ต้องงัดมาใช้ให้ได้นะเอ็น

n: (นั่งเหงื่อซึมมือ  ฉีกยิ้มหวาน)

 

b: (นั่งเอนตัวสบายๆ จิบกาแฟ) เป็นยังไงบ้างครับ หาทางมาที่บริษัทยากไม๊

 

n: (สองมือเย็นเยียบๆ กุมอยู่บนตัก) เอ่อ ไม่ยากหรอกค่ะ ก็ขับเข้าทางด่วน A3 จากที่บ้านมา ก็ถึงพอดี (ฉีกยิ้มอีกรอบ)

 

b:(ยิ้ม จิบกาแฟสบายๆ)คุณมีใบขับขี่ของเยอรมันด้วยหรอครับขับมากี่ปีแล้วครับนี่

 

n: อ่อ  สามปี ค่ะ(ตกลงไอ้กลยุทธ์ ice breaking นี่ชั้นไม่ต้องใช้แล้วใช่ไม๊นี่)

 

b: เป็นอย่างไรบ้างครับ ขับรถที่เยอรมันกับที่เมืองไทยแตกต่างกันเยอะไม๊

 

n: (ไม่คิดว่าจะเจอคำถามสัมภาษณ์งานแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ช็อค!!!)

เอ่อ ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากหรอกค่ะ คือที่นี่ ขับเลนขวา เมืองไทย ขับซ้าย

แล้วก็... ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ คนที่นี่ค่อนข้างจะมีระเบียบเคารพกฏจลาจรมากกว่าที่เมืองไทยน่ะค่ะ

อย่างในกรุงเทพ รถก็เยอะ บางครั้งคนขับนึกจะเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยว

ไฟเลี้ยวก็ไม่เปิดมันก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายน่ะค่ะ

และก็ในช่วงสงกรานต์ เอ่อ คิดว่าคุณคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลนี้ของเราบ้างแล้ว

เทศกาลนี้ก็คล้ายๆ คริสมาสต์ของที่นี่ละค่ะ ที่คนก็มักจะกลับบ้านเกิดกัน

(เอ็นตื่นเต้นมาก จ้อไม่หยุด) ปีนึง ปีนึงก็มีคนเสียชีวิตหลายคนเพราะอุบัติเหตุจากการจลาจรนี่ละค่ะ

 

(เอ็น เริ่มไม่เข้าใจตัวเอง ชั้นพล่ามอะไรไปนี่)

 

b: คุณชอบขับรถเร็วไม๊

 

n:(งง อีกแล้ว ฝรั่งเค้าสัมภาษณ์งานกันแบบนี้จริงๆหรอ) ก็ชอบนะคะ

 

b: ทำไมถึงชอบละครับ ไม่กลับอุบัติเหตุหรอครับ

 

n:  (เอาแล้วไง ตอบไงดีละนี่) อาจจะเป็นเพราะอายุยังน้อยก็ได้ค่ะ ก็เลยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความเร็ว

แต่โดยส่วนมากเวลาขับรถ ก็จะขับตามที่เค้าลิมิตความเร็วไว้ให้นะคะ พอถึงในส่วนที่ไม่จำกัดความเร็ว

ก็เร่งเต็มที่น่ะค่ะ เพราะมั่นใจว่า ก่อนที่เค้าจะกำหนดสปีดลิมิตในแต่ละที่ เค้าก็คงต้องมีการตรวจสอบมาแล้ว

ว่าปลอดภัยน่ะค่ะ ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร (โอวววว์ พระเจ้าจอร์จ)

 

b: (ยิ้ม แบบที่เข้าใจความหมายได้ยาก) แล้วคุณคิดว่าวัฒนธรรมของไทยกับเยอรมัน แตกต่างกันยังไงบ้าง

 

n:(กรำ ตกลงนี่ชั้นมาสัมภาษณ์งาน หรือประกวดมิสยูนิเวิร์สกันแน่คะเนี่ย ยังแอบ งงๆ และ ตกใจกับคำถามเล็กๆ)

 เอ่อ ค่ะ ทางด้านวัฒนธรรมก็คงเป็นเรื่องอาหารการกินที่แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่เหมือนกัน

แล้วก็คงเป็นลักษณะนิสัยของผู้คนน่ะค่ะ ที่แตกต่างกัน

 

b: (ทำสีหน้า งงๆ เล็กๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสามารถในการสื่อสารที่จัดอยู่ในขั้นน่าลำบากใจของเอ็น หรือเพราะว่า คำตอบของเอ็น) แล้วที่คุณว่านี่ แตกต่างกันยังไง

 

n: (แอบปาดเหงื่อ ในใจ โอ่ย ชั้นตอบอะไรไปนี่) 

ก็อย่างเช่นว่า ในช่วงปีแรกที่ดิฉันอยู่ที่นี่ มีความจำเป็นต้องไปติดต่อเรื่องเอกสารต่างๆกับสถานที่ราชการน่ะค่ะ แล้วช่วงนั้นดิฉันก็พูดภาษาเยอรมันไม่ได้เลย

พอไปถึงดิฉันก็สอบถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็ได้ คำตอบจากเจ้าหน้าที่เป็นภาษาเยอรมันมาว่า

คุณมาอยู่ที่นี่ประเทศเยอรมันนี คุณต้องพูดภาษาเยอรมัน

หลังจากนั้นดิฉันก็เลยต้องโทรไปหาเพื่อน ให้ช่วยบอกประโยคที่ต้องการพูดเป็นภาษาเยอรมันให้หน่อย

นั่นละค่ะ ดิฉันถึงได้เอกสารมา (ตายแล้ว นี่ชั้นกำลังต่อว่าคนประเทศเค้ารึเปล่า)

 

แต่ในส่วนของคนไทย ตรงนี้ เป็นข้อมูลจากเพื่อนที่นี่นะคะที่เค้าไปเที่ยวเมืองไทย

เค้าว่าคนไทย เวลาคนต่างชาติถามอะไร ก็จะพยายามช่วยเหลือเสมอ

แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจ เช่นกรณีที่เค้าถามทางกับคนที่อยู่แถวนั้น

แต่เค้าไม่รู้ ก็ตอบส่งๆไปว่า อยู่ตรงนั้นที่นั่นที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแย่

เพราะนอกจากมันจะทำให้เค้าเสียเวลาแล้วก็ยังเสียความรู้สึกอีกด้วย

(เอ็น เริ่มสับสนในตัวเอง ตกลงเมื่อกี้ เค้าถามชั้นว่าอะไรกันแน่นะนี่ โอวว์)

 

b:(ยิ้ม อย่างใจดี) ผมว่านะ ที่คุณพูดถึงเจ้าหน้าที่ที่นี่น่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าคุณอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ

(เอ็นแอบคิดในใจ เค้ากำลังบอกว่าชั้นอยู่บ้านนอกรึเปล่าน๊า) 

 

b: และในหมู่บ้านเล็กๆ ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้นบางครั้งเจ้าหน้าที่ อาจจะกลัวที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษ เค้าก็เลยสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะปกปิดปมด้อยของตัวเองก็ได้นะ

(เหมือนเล็คเชอร์ จิตวิทยาเลย)

 

n: (ยิ้ม พยักหน้า หงึกๆ ) ก็ อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ค่ะ

(แล้วชั้นจะตอบอะไรที่ดีกว่านี้ได้นี่ เอ็นแอบถอนใจ พร้อมฉีกยิ้มอีกรอบ)

 

Ps. b = Boss ค่ะ

Job Interview !!!

เช้าวันนึง อากาศขมุกขมัว

4.00 น. งัวเงีย ๆ ๆ ๆ

กรี๊ด ตายแล้ว วันนี้ชั้นมีนัดสัมภาษณ์งานนี่นา

เปิด คอม เตรียมข้อมูล เนื้อหาบริษัท โอววว์ ภาษาต่างดาวทั้งนั้น 

คิดในใจ ชั้นจะรอดไม๊นี่ เอาฟร่ะ เป็นไงเป็นกัน

แอบนั่งอ่าน ดราฟจดหมายสมัครงาน ที่มีคนข้างๆ ช่วยเขียนให้ (เหอ เหอ)

ตายแน่ ชั้น!!!  งานนี้ จะทำไรได้มากกว่านี้ อ่านๆๆๆ มันเข้าไป

โอ่ยยยย ทำไมมันไม่เข้าสมองน้อยๆนี้เลย 

ไหนว่าใครว่า noone's too old to learn !!! 

7.00 น. เอิ๊กส์ ปวดตับ ปวดม้าม ปวดใจ ทำไงดี

อาบน้ำเตรียมตัว โอววว์ ชั้นยังไม่ได้รีดกางเกางเลย ไหนจะเสื้ออีก

วิ่งๆๆ ไป ๆๆๆ มาๆๆๆ เริ่มเข้าสู่ภาวะการณ์ ลนลาน ขั้น 4

8.00 น. แต่น แต้น เรียบแล้นเจ้าค่ะ (แต่งตัวเสร็จน่ะ)  เอๆ ๆ  แล้วชั้นจะแต่งหน้าดีไม๊ ทาตาสีไรดีน๊า

ที่จะเหมาะกับสีเสื้อ ปากจะแดงไปไม๊ รึจะลงแค่ กลอส ดี ๆ ๆ จะเขียน ธงชาติไทยที่แก้มด้วยจะดีไม๊

จะได้รู้กันไป เราคนไทยเต็มที่ ๆอยู่แล้ว อุ๊ย สิว ๆ ๆ  งืม ๆ ๆ #$%^&

8.15 น.  เอส ยืนรอที่ประตูบ้าน กุญแจรถในมือ พร้อมกับส่งสายตาอย่างเป็นนัยๆ ว่า ...

ออกจากบ้านได้แล้วววววววววววววววววว     ... อึ๋ยส์...

โอววว์ ฝนตก รถติดด้วย ดีนะ วันนี้ แอบมีคนให้กำลังใจไปด้วย อิอิ

ว่าแล้ว มิวสิค ....

 


 

 มีแอบเคลิ้ม ลืมชีวิตจริงไปพีกนึง อิอิ

8.45 น.

s: เรามาถึงก่อนเวลานะนี่ เหลืออีกตั้ง 15 นาที

n: ความจริงเราควรจะมาถึงก่อนซักครึ่ง ชม นะ เอส นี่ก็เรียกว่าเกือบจะสายแล้ว

เอส ทำหน้า งงๆ นัด เก้าโมงเช้า มาถึง ก่อน สิบห้านาที มันสายตรงไหนนี่ แต่เอสก็ไม่พูดอะไร เถียงไปก็เท่านั้นยังไงวันนี้ก็เป็นวันสำคัญของ เอ็นนี่นา

s: เดี๋ยวเอ็นลงตรงนี้ก่อนละกัน เอสจะไปหาที่จอดรถ เพราะตรงนั้นเป็นที่จอดรถของ พนง บริษัท เราคงจอดไม่ได้หรอก แล้วยังไง เสร็จแล้วเอ็นก็โทรมาละกันนะ เอส จะรอในรถละกัน

n: ง่า ๆๆ  โอเคๆ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ (ใจเต้น ตึก ๆ)

ลงจากรถ แอบมีฝนตกอยู่ปรอยๆๆ วิ่งๆ เข้าไปที่บริษัท

ณ เคาท์เตอร์ พนง ต้อนรับ

n: เอ่อ  สวัสดีค่ะ ดิชั้น เอ็น บลา บลา บลา มีนัดสัมภาษณ์ งานวันนี้ค่ะ ตอน เก้าโมง

r: (แอบสอดสายตาลอดแว่นมานิดนึง)  อ๋อ ค่ะ คุณ เอ็น กรุณานั่งรอสักครู่ นะคะ (ก้มหน้าก้มตาอยู่กับแป้น คีย์บอร์ด ต๊อกๆ แต๊ก)

r: อ้อ ใช่แล้วค่ะ กรุณานั่งรอในห้องประชุมทางด้านนี้เลยนะคะ 

ว่าแล้วก็เอ็นก็เดินตาม พนักงานต้อนรับไปต้อยๆ อย่างว่าง่ายไปที่ห้องประชุม

r: กรุณารอสักครู่นะคะ เจ้านายกำลังจะมาแล้วค่ะ หากอยากดื่มกาแฟ ด้านนี้นะคะ บริการตัวเองได้เลยค่ะ

n: (ฉีกยิ้มแบบนางงามมิตรภาพ) คุณนี่ใจดีจังค่ะ ขอบคุณมากๆๆ นะคะ

ณ ห้องประชุม เอ็น เคว้งๆๆ มองไปมองมา ชั้นจะทำไงดีนี่ ในมือมีแฟ้มพลสาติคใสอยู่( ใส่กระดาษปริ้นส์ๆ ข้อมูลของ บริษัท มาสองแผ่น ถือมาแก้เขิน)พร้อมกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ

n: (แอบพูดกับตัวเอง) เมื่อกี้ เอสบอกว่า ห้ามเอามือถือวางไว้บนโต๊ะนะมันไม่สุภาพ แล้วถ้าเราเอาวางไว้บนตัก เจ้านายเข้ามาเราก็ต้องยืน ทักทายอีก เอางี้ละกัน (แอบเหลือบไปที่เก้าอี้ข้างๆ) วางมันไว้ตรงนี้ละ (ตื่นเต้นจริงนะนี่)

ว่าแล้ว เอ็น ก็แอบ เอาโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ วางไว้บนเก้ากี้ตัวข้างๆ พร้อมกับวางแฟ้มไว้บนโต๊ะ ปรับทิศทาง เก้าสิบองศา จัดฮวงจุ้ยให้เหมาะของแบบนี้ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่นะ

n นั่งลงที่โต๊ะ แอบดูช๊อตโน็ต ดูนาฬิกา มองไปรอบๆ โอ่ย ๆ ๆ จะไหวไม๊นะ  เหลือบไปเห็นแผ่นโปรชัวร์ ของบริษัทวางอยู่ปึกหนึง 

เอาน่าดีกว่าอยู่เฉยๆนะ ไปหยิบมาอ่านเล่นๆ ก็ได้

ข้อความในโปรชัวร์ 

บริษัทเราเป็นบริษัท ชั้นนำ บลา บลา บลา มีบุคลากรในองค์การ เกือบ 600 ชีวิต บลา บลา บลา

ตอนนี้เรามีบริษัทลูกอยู่ที่ เชค อิตาลี รัสเซีย ฯ และกำลังมีแผนงานจะขยายไปยังแคนาดา จีนและ ญี่ปุ่น ...

โอ่ยยย ชั้นจะทำอะไรที่นี่ ได้บ้างนะ

8.55 น. เจ้านายเดินเข้ามา (ตึกตัก ๆ ๆ ๆ เสียงหัวใจของเอ็นไม่เป็นจังหว่ะ)

n: (ลุกขึ้นยืน ยืนมือขวาอันเย็นเชียบ) เอ่อ  สวัสดีตอนเช้าค่ะ 

b: (ยื่นมือมาอย่างเป็นมิตร) สวัสดีตอนเช้าครับ คุณจะดื่มกาแฟ ดื่มอะไรก่อนไม๊

n: (แอบยืนค้างเล็กๆ) เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากๆ เลย ดิฉันตื่นเต้นมาก คงจะดื่มอะไรไม่ลง (กรี๊ด ตอบไปได้ไงนี่)><

b: (แอบอมยิ้มเล็กน้อย) ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกครับ วันนี้เราแค่มาทำความรู้จักกันเฉยๆ (ยื่นขวดน้ำมาให้)ทำตัวสบายๆ เลยนะ

n:  (แอบคิดในใจ กลัวดื่มน้ำไปเยอะๆ แล้วตื่นเต้นมากๆ เกิดอาการทางธรรมชาติ ต้องเข้าห้องน้ำอีกละแย่เลย)

       ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ไม่ดื่มค่ะ ขอบคุณนะคะ

 

    

 

Nikolaus Tag !!!

แปลง่ายๆ เลยเนอะ วันของนิโคเลาส์ หรือที่บ้านเราเรียกซานตาคลอสนั่นละ

ปีนี้ได้เขียนถึงวันนี้ซะที เสียดายเมื่อคืนไม่กล้าเอากล้องไป

กลัวโดนความชื้นมากๆ แล้วเลนส์จะขึ้นราน่ะ

ช่วงนี้ที่นี่ฝนตกปรอยๆ เกือบทุกคืนเลย ไม่ไหวๆ

กลับมาเข้าเรื่องคุณลุงนิโคเลาส์ดีกว่าเนอะ

ทุกๆ วันที่ 6 ธค ของทุกปี

คุณลุงเค้าก็จะมาเยี่ยมเยียนเด็กๆ พร้อมด้วยของขวัญ

ซึ่งถุงของขวัญนี้ตามธรรมเนียมเก่าๆ ก็จะมีแค่ ส้ม ถั่ว แล้วก็ช็อคโกแล็คค่ะ

ไม่ได้มีของเล่นอะไรมากมายเหมือนทุกวันนี้

พวกของเล่นนี่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อคุณแม่

ไม่ก็คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ซื้อแล้วให้คุณลุงเป็นคนแจกน่ะค่ะ

แต่งานนี้คุณลุงไม่ได้มาคนเดียวนะ แต่พกผู้ช่วยมาด้วยชื่อคุณคเน็ชท์ รูฟเร็ชท์  Knecht Ruprecht

คุณคเน็ชท์นี่เค้าจะใส่เสื้อคลุมยาวๆ ถ้าไม่สี่น้ำตาลก็มักจะเป็นสีดำค่ะ

เค้าจะมีหน้าที่แบกถุงของขวัญที่คุณลุงนิโคเลาส์จะนำไปแจกเด็กๆ นั่นเอง

ภาษาเยอรมันนี่ออกเสียงยากจริง ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยเจ้าค่ะ

แอบมีรูปมาด้วยนิดนึง ข้อมูลและรูปจากวิกีพีเดียค่ะ

แต่ในงานที่ไปมานี่ น่ารักมากค่ะ ก่อนที่คุณลุงจะแจกของขวัญ

คุณลุงก็จะขานชื่อเด็กๆ ออกมาทีละคนก่อนแล้วให้บอกว่าตัวเอง ทำอะไรที่ดีกับไม่ดีไว้บ้าง

ซึ่งพ่อแม่ก็มักจะเขียน แบล็คลิสต์ ให้คุณลุงไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะค่ะ

คนไหนเป็นเด็กดีน่ารัก ก็จะได้รับการชมเชย แล้วได้ของขวัญไป

ส่วนคนไหนที่ดื้อหน่อยก็จะต้องมีการทำโทษเล็กน้อยค่ะ

ที่เคยเห็นมานี่มีให้ ปั่นจิ้งหรีดด้วยนะ น่ารักมาก

คราวนี้ที่ไปมา เค้าจัดในป่าแถวบ้านน่ะค่ะ ฝนตกปรอยๆด้วย

เราก็สงสารเด็กๆนะ ต้องรอ คุณลุงนิโคเลาส์ แต่เด็กๆ เค้าไม่เห็นรู้สึกเดือดร้อนเลย

สนุกสนานกันใหญ่ นี่ถ้าเป็นบ้านเรานะ พ่อแม่ ไล่ บ่นให้ ไปอยู่ในร่มกันหมดละ

กลัวจะเป็นหวัด แต่ที่นี่ เค้าดูแลเด็กๆ ดีมากเลย

เด็กๆ เค้าจะรู้ว่าสิ่งไหนที่เค้าตัดสินใจเองได้ แต่สิ่งไหนที่มันอันตราย

เค้าก็จะมาขออนุญาต พ่อแม่ก่อน ถ้าไม่ให้ก็จบค่ะ

 แต่ก็ไม่ใช่ว่าฝรั่งอะไรก็จะดีหมดน่ะคะ ทุกอย่างมันก็มักจะมีสองด้านเสมอ

สิ่งไหนดีเราก็ปรับเอาไปใช้ สิ่งไหนที่ของเราดีอยู่แล้วก็ทำต่อไปเท่านั้นเอง

อย่าคิดมากเนอะ ฟังเพลงกันดีกว่าค่ะ