หาที่ว่างให้ตัวเองได้หายใจ epi 1.1.2 job interview@Germany
posted on 06 Dec 2009 20:39 by sweet-innocence
9.01 น. Ice breaking หนึ่งในกลยุทธ์การสัมภาษณ์งานที่อ่านเจอมา ต้องงัดมาใช้ให้ได้นะเอ็น
n: (นั่งเหงื่อซึมมือ ฉีกยิ้มหวาน)
b: (นั่งเอนตัวสบายๆ จิบกาแฟ) เป็นยังไงบ้างครับ หาทางมาที่บริษัทยากไม๊
n: (สองมือเย็นเยียบๆ กุมอยู่บนตัก) เอ่อ ไม่ยากหรอกค่ะ ก็ขับเข้าทางด่วน A3 จากที่บ้านมา ก็ถึงพอดี (ฉีกยิ้มอีกรอบ)
b:(ยิ้ม จิบกาแฟสบายๆ)คุณมีใบขับขี่ของเยอรมันด้วยหรอครับขับมากี่ปีแล้วครับนี่
n: อ่อ สามปี ค่ะ(ตกลงไอ้กลยุทธ์ ice breaking นี่ชั้นไม่ต้องใช้แล้วใช่ไม๊นี่)
b: เป็นอย่างไรบ้างครับ ขับรถที่เยอรมันกับที่เมืองไทยแตกต่างกันเยอะไม๊
n: (ไม่คิดว่าจะเจอคำถามสัมภาษณ์งานแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ช็อค!!!)
เอ่อ ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากหรอกค่ะ คือที่นี่ ขับเลนขวา เมืองไทย ขับซ้าย
แล้วก็... ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ คนที่นี่ค่อนข้างจะมีระเบียบเคารพกฏจลาจรมากกว่าที่เมืองไทยน่ะค่ะ
อย่างในกรุงเทพ รถก็เยอะ บางครั้งคนขับนึกจะเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยว
ไฟเลี้ยวก็ไม่เปิดมันก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายน่ะค่ะ
และก็ในช่วงสงกรานต์ เอ่อ คิดว่าคุณคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลนี้ของเราบ้างแล้ว
เทศกาลนี้ก็คล้ายๆ คริสมาสต์ของที่นี่ละค่ะ ที่คนก็มักจะกลับบ้านเกิดกัน
(เอ็นตื่นเต้นมาก จ้อไม่หยุด) ปีนึง ปีนึงก็มีคนเสียชีวิตหลายคนเพราะอุบัติเหตุจากการจลาจรนี่ละค่ะ
(เอ็น เริ่มไม่เข้าใจตัวเอง ชั้นพล่ามอะไรไปนี่)
b: คุณชอบขับรถเร็วไม๊
n:(งง อีกแล้ว ฝรั่งเค้าสัมภาษณ์งานกันแบบนี้จริงๆหรอ) ก็ชอบนะคะ
b: ทำไมถึงชอบละครับ ไม่กลับอุบัติเหตุหรอครับ
n: (เอาแล้วไง ตอบไงดีละนี่) อาจจะเป็นเพราะอายุยังน้อยก็ได้ค่ะ ก็เลยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความเร็ว
แต่โดยส่วนมากเวลาขับรถ ก็จะขับตามที่เค้าลิมิตความเร็วไว้ให้นะคะ พอถึงในส่วนที่ไม่จำกัดความเร็ว
ก็เร่งเต็มที่น่ะค่ะ เพราะมั่นใจว่า ก่อนที่เค้าจะกำหนดสปีดลิมิตในแต่ละที่ เค้าก็คงต้องมีการตรวจสอบมาแล้ว
ว่าปลอดภัยน่ะค่ะ ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร (โอวววว์ พระเจ้าจอร์จ)
b: (ยิ้ม แบบที่เข้าใจความหมายได้ยาก) แล้วคุณคิดว่าวัฒนธรรมของไทยกับเยอรมัน แตกต่างกันยังไงบ้าง
n:(กรำ ตกลงนี่ชั้นมาสัมภาษณ์งาน หรือประกวดมิสยูนิเวิร์สกันแน่คะเนี่ย ยังแอบ งงๆ และ ตกใจกับคำถามเล็กๆ)
เอ่อ ค่ะ ทางด้านวัฒนธรรมก็คงเป็นเรื่องอาหารการกินที่แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่เหมือนกัน
แล้วก็คงเป็นลักษณะนิสัยของผู้คนน่ะค่ะ ที่แตกต่างกัน
b: (ทำสีหน้า งงๆ เล็กๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสามารถในการสื่อสารที่จัดอยู่ในขั้นน่าลำบากใจของเอ็น หรือเพราะว่า คำตอบของเอ็น) แล้วที่คุณว่านี่ แตกต่างกันยังไง
n: (แอบปาดเหงื่อ ในใจ โอ่ย ชั้นตอบอะไรไปนี่)
ก็อย่างเช่นว่า ในช่วงปีแรกที่ดิฉันอยู่ที่นี่ มีความจำเป็นต้องไปติดต่อเรื่องเอกสารต่างๆกับสถานที่ราชการน่ะค่ะ แล้วช่วงนั้นดิฉันก็พูดภาษาเยอรมันไม่ได้เลย
พอไปถึงดิฉันก็สอบถามเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็ได้ คำตอบจากเจ้าหน้าที่เป็นภาษาเยอรมันมาว่า
คุณมาอยู่ที่นี่ประเทศเยอรมันนี คุณต้องพูดภาษาเยอรมัน
หลังจากนั้นดิฉันก็เลยต้องโทรไปหาเพื่อน ให้ช่วยบอกประโยคที่ต้องการพูดเป็นภาษาเยอรมันให้หน่อย
นั่นละค่ะ ดิฉันถึงได้เอกสารมา (ตายแล้ว นี่ชั้นกำลังต่อว่าคนประเทศเค้ารึเปล่า)
แต่ในส่วนของคนไทย ตรงนี้ เป็นข้อมูลจากเพื่อนที่นี่นะคะที่เค้าไปเที่ยวเมืองไทย
เค้าว่าคนไทย เวลาคนต่างชาติถามอะไร ก็จะพยายามช่วยเหลือเสมอ
แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจ เช่นกรณีที่เค้าถามทางกับคนที่อยู่แถวนั้น
แต่เค้าไม่รู้ ก็ตอบส่งๆไปว่า อยู่ตรงนั้นที่นั่นที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแย่
เพราะนอกจากมันจะทำให้เค้าเสียเวลาแล้วก็ยังเสียความรู้สึกอีกด้วย
(เอ็น เริ่มสับสนในตัวเอง ตกลงเมื่อกี้ เค้าถามชั้นว่าอะไรกันแน่นะนี่ โอวว์)
b:(ยิ้ม อย่างใจดี) ผมว่านะ ที่คุณพูดถึงเจ้าหน้าที่ที่นี่น่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าคุณอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ
(เอ็นแอบคิดในใจ เค้ากำลังบอกว่าชั้นอยู่บ้านนอกรึเปล่าน๊า)
b: และในหมู่บ้านเล็กๆ ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้นบางครั้งเจ้าหน้าที่ อาจจะกลัวที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษ เค้าก็เลยสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะปกปิดปมด้อยของตัวเองก็ได้นะ
(เหมือนเล็คเชอร์ จิตวิทยาเลย)
n: (ยิ้ม พยักหน้า หงึกๆ ) ก็ อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ค่ะ
(แล้วชั้นจะตอบอะไรที่ดีกว่านี้ได้นี่ เอ็นแอบถอนใจ พร้อมฉีกยิ้มอีกรอบ)
Ps. b = Boss ค่ะ